สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ก้าวสู่ปีที่ ๙ จาก “พลังแห่งการให้” สู่ศูนย์การแพทย์แห่งนวัตกรรมที่พร้อมขับเคลื่อน “อัตลักษณ์รามาธิบดี” สู่ระดับภูมิภาค

 26 พ.ย. 2568 | 83

รายงานโดย สิรสิทธิ์ ตติยภัณฑรักษ์ [#RETAILman | #RETAILmanX]

 

จากอดีตที่ประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ภาคตะวันออกต้องเดินทางไกลเข้าสู่กรุงเทพมหานครเพื่อเข้ารับการรักษาโรคเฉพาะทางที่ต้องแลกกับเวลา, ค่าใช้จ่าย, และความเสี่ยงระหว่างรอคอยการดูแล ซึ่งความท้าทายนี้จึงจุดประกายให้เกิดการก่อตั้งสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ในปี พ.ศ.2560 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อันเปรียบเสมือน “ที่พึ่งด้านสาธารณสุข” ของประชาชนในภาคตะวันออก และยังเป็น “พื้นที่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์รามาธิบดี” มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้สามารถเข้าถึงระบบการแพทย์ชั้นนำได้อย่างทั่วถึง โดยมาจาก “สายธารน้ำใจของผู้ให้” ผ่านมูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีอันเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้วิสัยทัศน์แห่งการดูแลสุขภาพเพื่อปวงชน และอัตลักษณ์ของรามาธิบดีสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และการวิจัยในภูมิภาค

 

 

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชนเมธ เตชะแสนศิริ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ กล่าวว่า “เดิมทีโรงพยาบาลรามาธิบดีบนถนนพระราม 6 เป็นศูนย์กลางการรักษาที่สำคัญของประชาชนทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมาอย่างยาวนาน แต่ด้วยพื้นที่เพียง 40 ไร่ และข้อจำกัดทางด้านยุทธศาสตร์ ประกอบกับภาวะโรคอันมีความซับซ้อนมากขึ้น กอปรกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดเป็นความมุ่งมั่นในการพัฒนาและก่อสร้างสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

“ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ได้ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในฐานะ ‘ที่พึ่งทางด้านสาธารณสุข’ อย่างแท้จริง ซึ่งสะท้อนให้เห็นในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โดยสถาบันฯ มีบทบาทสำคัญในฐานะหน้าด่านในการดูแลผู้ป่วยและให้การสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ”

“ปัจจุบันสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 319 ไร่ ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมาได้รองรับผู้ป่วยนอก จำนวนกว่า 341,000 ราย, ผู้ป่วยฉุกเฉิน จำนวน 16,462 ราย, และผู้ป่วยใน จำนวนถึง 10,813 ราย โดยถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด 4E อันประกอบด้วย; Education, Environment, Energy Saving, และ Excellence Living เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมควบคู่กับการเป็น ‘พื้นที่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์รามาธิบดี’ อันเพรียบพร้อมไปด้วยองค์ความรู้ในการรับมือต่อโรคอุบัติใหม่และจิตวิญญานแห่งการเป็นแพทย์เพื่อประชาชน สู่ระบบสาธารณสุขไทยในอนาคต”

“ทั้งนี้ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน Joint Commission International (JCI) ในปี 2019 และปี 2023 ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านการรักษาพยาบาลและการศึกษา รวมถึงได้รับการรับรองมาตรฐาน Hospital Accreditation (HA) ในปี 2021 และได้รับการรับรองมาตรฐาน HA Re-Accreditation แบบ 4 ปีในปี 2025 ซึ่งถือเป็นรายแรกของประเทศ และถือเป็นการตอกย้ำถึงคุณภาพและความมุ่งมั่นของสถาบันฯ ในการยกระดับระบบสุขภาพไทย พร้อมผลักดันอัตลักษณ์ของรามาธิบดีสู่การเป็นศูนย์การแพทย์และการวิจัยชั้นนำระดับภูมิภาค”

 

 

พร้อมกันนี้ เพื่อสะท้อนศักยภาพของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้ถูกถ่ายทอดผ่าน 3 พื้นที่แห่งนวัตกรรมสำคัญ โดยประกอบด้วย;

1.อาคารกายวิภาคคลินิก: “อาจารย์ใหญ่” ผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ของแพทย์รุ่นใหม่และองค์ความรู้แห่งอนาคต

ดร.เบญริตา จิตอารี อาจารย์แพทย์ประจำพรีคลินิก (Pre-clinic) โรงเรียนแพทย์รามาธิบดี สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ช่วงพรีคลินิกคือรากฐานสำคัญของการสร้างแพทย์ที่มีทั้งความรู้, ความเข้าใจ, และทักษะเชิงปฏิบัติ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการดูแลผู้ป่วยในอนาคต”

อาคารกายวิภาคคลินิกจึงทำหน้าที่เป็นหัวใจของการเรียนรู้ โดยเฉพาะการใช้ ‘ร่างอาจารย์ใหญ่’ และ ‘ร่างซอฟต์ หรือ Soft Cadaver’ ที่ยังคงสภาพเนื้อเยื่อให้ยังคงนุ่ม และสามารถยืดหยุ่นได้ใกล้เคียงที่สุดกับสภาพจริง และมีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการฝึกทักษะแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขา รวมถึงหัตถการที่ต้องการความละเอียดสูง โดยไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมรากฐานการเรียนรู้ให้แข็งแรง แต่ยังต่อยอดสู่การวิจัยนวัตกรรมการรักษาในอนาคตอีกด้วย”

 

 

“ปัจจุบันสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ได้รับการบริจาคร่างกายจากผู้มีจิตศรัทธาเฉลี่ยปีละประมาณ 150 ร่าง แบ่งเป็นร่างซอฟต์ราว 100 ร่าง และร่างสำหรับการเรียนกายวิภาคศาสตร์กว่า 50 ร่าง ซึ่งสถาบันฯ ได้นำมาจัดสรรเพื่อใช้ในการเรียนการสอนและงานวิจัยได้อย่างครอบคลุมและเพียงพอ”

“ทั้งนี้ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ยังคงเปิดรับบริจาคร่างกายในปีต่อๆ ไป เพื่อร่วมต่อยอดองค์ความรู้ทางการแพทย์และพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีคุณภาพสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านร่วมเป็น ‘ผู้ให้’ ผ่านการบริจาคร่างกายเพื่อการศึกษา”

อาคารกายวิภาคคลินิกยังโดดเด่นด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ครบวงจรผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ; VR สำหรับศึกษากายวิภาคสามมิติ หรือ Anatomage Table เพื่อการสำรวจโครงสร้างร่างกายเชิงลึก, ห้องผ่าตัดจำลอง (Hybrid OR) สำหรับฝึกหัตถการขั้นซับซ้อนเสมือนจริง, ระบบ Live Teaching และ Remote Learning ที่ทำให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา เป็นต้น

ขณะเดียวกันยังเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ผ่านความร่วมมือกับห้องปฏิบัติการวิศวกรรมชีวการแพทย์ (Biomedical Engineering) โดยเปิดโอกาสให้แพทย์, วิศวกร, และนักวิจัยร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้ป่วยไทยอย่างแท้จริง ทำให้อาคารแห่งนี้ไม่เป็นเพียงพัฒนาทักษะทางคลินิก แต่ยังสถานที่บ่มเพาะแพทย์รุ่นใหม่ที่เข้าใจทั้งร่างกาย, เทคโนโลยี, และหัวใจของการดูแลมนุษย์ ซึ่งพร้อมนำองค์ความรู้ไปยกระดับระบบสุขภาพไทยอย่างทั่วถึง

 

 

2.ศูนย์การเรียนรู้ทักษะทางการแพทย์เสมือนจริง รามาธิบดี: พื้นที่ติดอาวุธแพทย์รุ่นใหม่

นายแพทย์ณัฐดนัย มั่นเกษตรกิจ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายการศึกษา ศูนย์การเรียนรู้ทักษะทางการแพทย์เสมือนจริงรามาธิบดี (RASME) สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “สำหรับศูนย์การเรียนรู้ทักษะทางการแพทย์เสมือนจริงรามาธิบดี (RASME) ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับนานาชาติจากสมาคม Society for Simulation in Healthcare (SSH) เหล่านี้คือสิ่งรับรองถึงความมุ่งมั่นในคุณภาพการผลิตแพทย์ โดย ‘นักศึกษาแพทย์ของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรู้ทฤษฎี แต่ต้องพร้อมรับมือกับสถานการณ์จริงได้’ ที่นี่จึงเปรียบเสมือน ‘สนามซ้อมก่อนลงสนามจริง’ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาแพทย์ได้เรียนรู้ผ่านสถานการณ์การจำลองซึ่งใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด และฝึกฝนกับทำงานร่วมกันแบบสหวิชาชีพ”

“นักศึกษาแพทย์จะได้ฝึกฝนกับหุ่นจำลองที่ตอบสนองเหมือนมนุษย์ ทั้งสัญญาณชีพและอาการทางคลินิก โดยการฝึกฝนในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงนี้จะช่วยพัฒนาแพทย์รุ่นใหม่ให้มีทักษะ, วิสัยทัศน์, และความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของระบบสาธารณสุขไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล อันเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้แพทย์รุ่นใหม่พร้อมรับมือทุกความเร่งด่วนของปัญหาสุขภาพ และผลักดันการแพทย์ไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนในอนาคต”

 

 

ศูนย์การเรียนรู้ทักษะทางการแพทย์เสมือนจริงรามาธิบดี (RASME) ยังเป็นพื้นที่การเรียนรู้ยุคใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันทันสมัย โดยรวมห้องปฏิบัติการทางคลินิกอันหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ห้องฉุกเฉิน, ห้องตรวจผู้ป่วยนอก, วอร์ดผู้ป่วยใน, ไปจนถึงห้องปฏิบัติการขั้นสูงอย่างห้องผ่าตัดและห้องคลอด ซึ่งหนึ่งในความโดดเด่นของศูนย์ RASME นี้คือหุ่นยนต์ขั้นสูงที่สามารถจำลองเหตุการณ์ได้ตั้งแต่เคสการทำคลอดปกติจนถึงการทำคลอดในภาวะแทรกซ้อนฉุกเฉิน อาทิ; ภาวะไหล่ติด, ทารกคลอดท่าก้น เป็นต้น ตลอดจนถึงสถานการณ์ที่ต้องผ่าคลอด พร้อมสัญญาณชีพและการตอบสนองอันสมจริง

ขณะเดียวกันยังได้มีหุ่นจำลองประเภทอื่นเพื่อรองรับการฝึกภาวะอุบัติเหตุ, เลือดออก, จนถึงหัวใจหยุดเต้น โดยทุกการฝึกอยู่ภายใต้ระบบควบคุมและสังเกตการณ์แบบเรียลไทม์ที่ช่วยให้อาจารย์วิเคราะห์และทบทวนเหตุการณ์ร่วมกับผู้เรียนได้อย่างละเอียด ซึ่งช่วยส่งเสริมให้แพทย์รุ่นใหม่เข้าใจทั้งจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาแก้ไขในการรักษาจากสภาวะฉุกเฉินดังกล่าว อันมาจากการต่อยอดทักษะจากประสบการณ์เสมือนจริง และพร้อมรับมือความท้าทายของระบบสาธารณสุขไทยในทุกบริบท

 

 

3.งานเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อ: “ต้นน้ำของมาตรฐานการรักษา”

คุณโสภาสิณี จิตรจุลรัตนมณี หัวหน้างานเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อ โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “เบื้องหลังการรักษาที่ปลอดภัยเริ่มต้นจากงานเวชภัณฑ์ปลอดเชื้ออันเป็นด่านสำคัญที่สะท้อนถึงมาตรฐานระดับสากลของโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแรกของของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่นำเทคโนโลยีการกำจัดเชื้อแบบอัตโนมัติมาใช้ ทำให้กระบวนการฆ่าเชื้ออุปกรณ์การแพทย์ทุกชิ้นมีความแม่นยำ, ปลอดภัย, และตรวจสอบย้อนหลังได้แบบเรียลไทม์ได้ในทุกขั้นตอน”

“และด้วยความพิถีพิถันนี้ทำให้งานเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อ โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ได้รับรางวัลจากเวทีระดับนานาชาติมากมาย อาทิ; รางวัล Center of Excellence Award จากสมาคม Asia Pacific Society of Infection Control (APSIC), รางวัล Award Certification Center of Excellence และรางวัล Quality Improvement Program จากศูนย์ WHO Collaborating Centre for Infectious Disease Epidemiology and Control ภายใต้สังกัดองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งเสมือนเป็นการตอกย้ำถึง ‘คุณภาพ’ และ ‘ความปลอดภัย’ อันเป็นหัวใจของโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์อย่างแท้จริง”

 

 

สำหรับงานเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อ โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ก่อตั้งภายใต้แนวคิด 3P ซึ่งประกอบด้วย; ความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient), ความปลอดภัยของบุคลากร (Personnel), และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (People) โดยครอบคลุมตั้งแต่ระบบล้างทำความสะอาดเครื่องมือผ่าตัดและอุปกรณ์การแพทย์ทุกชิ้น, การตรวจสอบ บรรจุหีบห่อ, การทำลายเชื้อตามมาตรฐานระดับสากล ตลอดจนถึงระบบจัดเก็บและติดตามอุปกรณ์ด้วย QR Code & Barcode ที่ใช้กับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้สามารถตรวจสอบประวัติการใช้ชุดเครื่องมือกับผู้ป่วย จนถึงประวัติขั้นตอนการทำปราศจากเชื้อได้ 100% ที่พร้อมสามารถเรียกคืนได้อย่างรวดเร็วหากพบข้อสงสัย เพื่อเข้าสู่กระบวนการฆ่าเชื้อแบบพิเศษทันที

นอกจากนี้ งานเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อ โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ยังมีเครื่องล้างอุปกรณ์และเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อระบบ Auto-Load ที่ช่วยผ่อนแรงการรับ-ส่งอุปกรณ์ และการเข้า-ออกของอุปกรณ์ผ่านระบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดการสัมผัสความร้อน, เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน, และยกระดับความปลอดภัยป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ ให้แก่เจ้าหน้าที่อย่างมีนัยสำคัญ โดยงานเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อยังใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้นโยบาย “Green Campus” ของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์อีกด้วย ทั้งการเลือกใช้เทคโนโลยีกำจัดเชื้อที่ปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิต, ระบบบำบัดน้ำเสียที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, และน้ำยาฆ่าเชื้อที่ไม่ทำลายสภาพธรรมชาติ ทำให้ที่นี่ไม่เพียงเป็น “ต้นน้ำของมาตรฐานการรักษาที่ปลอดภัย” แต่ยังเป็น “ต้นแบบของระบบสาธารณสุขยุคใหม่” ที่ผสานนวัตกรรม, ความปลอดภัย, และความรับผิดชอบต่อสังคมเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร

 

 

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชนเมธ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์จะยังคงเดินหน้าพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมผลักดันงานวิจัยและสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และการวิจัยภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้ ‘อัตลักษณ์รามาธิบดี’ อันผสานความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ภายใต้ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทรงให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนได้รับการรักษาที่เหมาะสมถึงแม้จะอยู่ห่างไกล จึงทำให้สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์มุ่งขยายบทบาทของตนเองสู่การกระจายองค์ความรู้, นวัตกรรม, และบริการทางการแพทย์ไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกพื้นที่เข้าถึงการดูแลสุขภาพที่ได้มาตรฐานอย่างเสมอภาคและทั่วถึง ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่หรือพื้นที่ห่างไกล”

 

 

คุณพรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิ มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวว่า “สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์คือผลลัพธ์อันงดงามจาก ‘สายธารน้ำใจ’ ของผู้ให้ทั่วประเทศที่หลอมรวมร่วมหล่อเลี้ยงให้เกิดพื้นที่ทางด้านการรักษา, การศึกษา, และการวิจัยอันสร้างประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน”

“เงินบริจาคทุกบาทจาก ‘สายธารน้ำใจ’ ของผู้ให้ทั่วประเทศไม่ได้หยุดเพียงแค่การก่อสร้างอาคาร หรือการจัดหาเครื่องมือแพทย์เท่านั้น แต่เป็นสร้างโอกาสในการเข้าถึงการรักษา, เทคโนโลยีทางการแพทย์, และองค์ความรู้ใหม่ ซึ่งส่งต่อถึงผู้ป่วยและปวงชนอย่างต่อเนื่อง”

“พลังของ ‘การให้’ แม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็สามารถก่อให้เกิดคลื่นแห่งความหวังแก่ผู้ป่วยนับไม่ถ้วน ซึ่งสะท้อนถึงความหมายของ ‘คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด’ โดยการให้ ‘สายธารน้ำใจ’ ของผู้บริจาคทุกท่านในวันนี้ ยังได้เป็นพลังในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทยให้ก้าวหน้า, เกื้อกูลผู้คน, และสานต่อคุณค่าที่งดงามต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น”

 

 

อัพเดทล่าสุด

  30 พ.ย. 2568
โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

  30 พ.ย. 2568
อายิโนะโมะโต๊ะเปิด 12 เมนู “มื้ออาหารแห่งชัยชนะ” เติมพลังทัพนักกีฬาไทย คว้าชัยซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ 2025

  30 พ.ย. 2568
“ไบร์ท วชิรวิชญ์” บินกลับมาทำดี ใจใหญ่ทุ่มเงินล้าน ช่วยน้ำท่วม

  30 พ.ย. 2568
ราชบุรีเตรียมเปิดศึกมวยสุดยิ่งใหญ่“RATCHABURI SUPER FIGHT 2025” ส่งเสริมกีฬา พัฒนาเศรษฐกิจ หนุนท่องเที่ยว สืบสารมรดกไทย ครบทุกมิติ 

เว็บไซต์ thailandreporter.com เป็นเว็บไซต์เพื่อ ข่าวสาร สาระ และ ความบันเทิง เพื่อสังคมไทย

ช่องทางติดต่อทีมงาน www.thailandreporter.com แนะนำ, ติชม, ฝากข่าวประชาสัมพันธ์, ติดต่อโฆษณา เบอร์โทร : 090-328-2392

Copyright © www.thailandreporter.com 2025 all 7 rights reserved.