เซ็นทาราเผยความก้าวหน้าด้านความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

 27 พ.ย. 2568 | 128

 

กรุงเทพฯ – 26 พฤศจิกายน 2568 โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เผยความสำเร็จโดดเด่นในทุกมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance - ESG) พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนสู่เป้าหมาย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน สอดคล้องกับพันธกิจหลักของเซ็นทาราในการมอบประสบการณ์การบริการแบบไทยที่ผสานนวัตกรรม ความอบอุ่นแบบครอบครัว และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วยกันอย่างสมดุล

ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เซ็นทาราได้ยกระดับระบบการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี ที่ผ่านมา เซ็นทาราสามารถบรรลุผลลัพธ์ที่สำคัญได้ครบถ้วนในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Environment), สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) ได้อย่างโดดเด่น

และเพื่อเป็นการตอกย้ำในเรื่องของวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และเป้าหมายด้าน ESGของบริษัท เซ็นทารายังได้ประกาศกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนภายใต้ชื่อ C-E-N-T-A-R-A Sustainability Blueprint ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของเซ็นทารา เพื่อใช้ในการกำหนดทิศทางและพัฒนาหลักปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรในระยะยาวโดยกลยุทธ์นี้ แยกออกเป็น 7 หัวข้อ อันได้แก่

 

 

ทั้งนี้ ยังได้รวบรวมเอาโรดแมปด้านความยั่งยืนของบริษัท ตั้งแต่ปี 2009

– ปัจจุบัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและการเติบโตในภาพรวมออกมาได้ดังต่อไปนี้

  • ปี 2009 เซ็นทาราริเริ่มการนำระบบบริหารจัดการตามมาตรฐาน EarthCheck มาใช้ เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล
  • ปี 2014 โรงแรมในเครือต่างๆ ได้เริ่มเข้าร่วมการรับรองมาตรฐานของประเทศไทย ในด้านโครงการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
  • ปี 2016 เซ็นทาราได้จัดตั้งโครงการ My Green Day เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของแขกผู้เข้าพักในการไม่เปลี่ยนผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่นอน รวมถึงการไม่ทำความสะอาดห้องพัก เพื่อลดการใช้น้ำและสารเคมี อีกทั้งยังช่วยสร้างความตระหนักรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้แก่แขกผู้เข้าพัก
  • ปี 2018 เซ็นทาราลดและยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single-use plastic) ในพื้นที่ให้บริการลูกค้า โดยมีการยกเลิกการใช้หลอดพลาสติก และเปลี่ยนเป็นหลอดที่ทำจากพืช รวมถึงการยกเลิกการใช้ถุงซักผ้าพลาสติก และเปลี่ยนเป็นวัสดุแบบใช้ซ้ำได้ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สำหรับของใช้ส่วนตัวภายในห้องพักเป็นแบบรีฟิลเพื่อลดการใช้บรรจุภัณพ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
  • ปี 2019 จัดทำโครงการ P.O.P. Fish (Plastic Only, Please) เพื่อสะท้อนปัญหาขยะพลาสติก โดยP.O.P Fish จะถูกจัดวางในพื้นที่ส่วนกลางหรือบริเวณชายหาดของโรงแรม เพื่อให้แขกผู้เข้าพักสามารถนำขยะพลาสติกไปหย่อนได้ ซึ่งทางโรงแรมจะรวบรวมและนำส่งไปรีไซเคิล เพื่อเป็นการลดจำนวนขยะพลาสติก และแปรรูปขยะพลาสติกให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
  • ปี 2021 มาตรฐานความยั่งยืนของธุรกิจโรงแรม ภายใต้ชื่อ Centara EarthCare ได้รับการรับรองมาตรฐาน GSTC-Recognized จากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) สะท้อนถึงแนวทางปฏิบัติและกรอบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ Centara EarthCare ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
  • ปี 2025 โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราผ่านการรับรองมาตรฐาน GSTC ครบทั้ง 42 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามเป้าหมายของเซ็นทารา

 

 

ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment)

เซ็นทารามุ่งมั่นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ อันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สำคัญในระยะยาว ดังนี้

การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

  • เซ็นทาราประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% ภายในปี 2029 เทียบปีฐาน 2019

ปัจจุบันปล่อยก๊าซเรือนกระจก31.53 kgCO2e ต่อห้องพักที่มีการใช้งานลดลงได้แล้วกว่า 35% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมโรงแรมในไทยตาม Cornell Hotel Sustainability Benchmarking (CHSB) Index ถึง 51.94%

ทั้งนี้ เซ็นทาราตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 (Net Zero 2050) โดยได้กำหนด 3     พันธกิจหลักในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ดังนี้

  1. ลดความเข้มข้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ต่อห้องพักที่มีการใช้งาน ลง 40% ให้ได้ ภายในปี 2029
  2. การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมการใช้วัสดุที่ยั่งยืนและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  3. การบูรณาการด้านการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืน ผ่านจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือสภาพภูมิอากาศ การบรรเทาผลกระทบ และการปรับตัว

 

 

การขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน

  • ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ (Solar Cell) เสร็จสิ้นแล้วทั้งหมด 14 โรงแรม ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,970 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 300,000 ต้น
  • ในปี 2025 ตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือนตุลาคม สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดรวม 4,780 MWh คิดเป็น 4% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด
  • ปรับปรุงระบบประหยัดพลังงาน เช่น Smart Sensor, Energy Management System (EMS), District Cooling และ Building Management System

การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

  • ลดการใช้น้ำได้ 30.08% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือลดการใช้น้ำลง 20% เทียบจากปี 2019
  • ในปี 2025 มีการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ในการรดน้ำต้นไม้ภายในโรงแรมรวมกว่า 454,416 ลูกบาศก์เมตร

การบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบและลดขยะไปสู่หลุมฝังกลบ

  • ลดขยะไปสู่หลุมฝังกลบได้ 24.52% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20%เทียบจากปีฐาน 2019
  • อัตรารีไซเคิลเฉลี่ย 28.85%
  • สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่จากขยะพลาสติก เช่น กระเป๋าและหมวก Upcycling จากขวด PET รวมกว่า 3,872 กิโลกรัม จาก 4 โรงแรมในจังหวัดกระบี่

 

 

ด้านสังคมและชุมชน (Social)

เซ็นทาราเดินหน้าพัฒนาโครงการเพื่อสังคมต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน รวมถึงเสริมสร้างโอกาสทางอาชีพ ผ่านโครงการและนโยบายขององค์กร อาทิ

  • ตั้งแต่ปี 2017 ส่งต่ออาหารส่วนเกินคุณภาพดีสู่ชุมชน เพื่อแก้ปัญหาความหิวโหยและจัดการปัญหาขยะอาหารในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยร่วมมือกับมูลนิธิ Scholars of Sustenance Thailand (SOS)
  • โครงการ 1 โรงแรม 1 ผลิตภัณฑ์ และ Community Market เพื่อช่วยสนับสนุนสินค้าชุมชนกว่า 6,000 ชิ้น จากผู้ประกอบการท้องถิ่น และจัดสรรพื้นที่รวมกว่า 6,300 ตารางเมตร ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าภายในโรงแรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  • เสริมสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่กลุ่มเปราะบาง โดยเซ็นทารามีอัตราการจ้างงานผู้พิการเกินกว่ากฎหมายการจ้างงาน อีกทั้งยังมีการจ้างงานผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน
  • ส่งเสริมการมอบประสบการณ์ทำงานที่ดีสำหรับพนักงานทุกคน The Place to Be - Best Workplace

 

 

ด้านธรรมาภิบาล (Governance)

เซ็นทารามุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างโปร่งใส รับผิดชอบ และมีจริยธรรม โดยมีหลักการดำเนินงานและหลักปฏิบัติต่างๆ อย่างชัดเจน

  • เซ็นทาราได้รับการประเมินมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนระดับ “ดีเลิศ” (5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
  • เซ็นทาราเป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition - Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption: CAC) ตั้งแต่ปี 2559 และผ่านการรับรองการต่ออายุการเป็นสมาชิกต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 และ ได้รับรางวัล CAC Change Agent Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในการชักชวนคู่ค้าเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย
  • จัดหาเงินกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan) และออกตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond) รวมไปถึงหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) รวมมูลค่ากว่า 8,786 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย ESG และสนับสนุนการลงทุนโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระยะยาว

 

 

“เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจต้องเดินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชนที่เราเป็นส่วนหนึ่ง เราจึงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตขึ้นอย่างสมดุล” ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าว “ความสำเร็จจากการได้รับการรับรองมาตรฐาน GSTC ครบทุกโรงแรม รวมถึงผลลัพธ์ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของเซ็นทาราในระยะยาว โดยเราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในมิติต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมาย พร้อมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต”

สามารถดูข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของเซ็นทารา ได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/sustainability

เกี่ยวกับเซ็นทารา   

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย มีโรงแรมและรีสอร์ทภายใต้การบริหารของแบรนด์ ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญรวมทั้งสิ้น 84 แห่งทั่วโลก ได้แก่ ไทย มัลดีฟส์ เวียดนาม ลาว ญี่ปุ่น โอมาน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งใช้ชื่อ 6 แบรนด์ ประกอบด้วย Centara Reserve • The Centara Collection • Centara Grand • Centara • Centara Life และ COSI ครอบคลุมตั้งแต่รีสอร์ทหรูบนเกาะที่เงียบสงบสำหรับครอบครัว ไปจนถึงโรงแรมไลฟ์สไตล์ในช่วงราคาที่จับต้องได้ ซึ่งผสมผสานกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อการพักผ่อนที่ลงตัว

เซ็นทารามอบการต้อนรับที่อบอุ่นด้วยค่านิยมความเป็นไทยที่บรรจงถ่ายทอดสู่งานบริการ อาหารรสเลิศ สปา เพื่อการผ่อนคลายที่เยี่ยมยอด และให้ความสำคัญกับครอบครัว แบรนด์ภายใต้เครือเซ็นทารานำเอาวัฒนธรรมที่โดดเด่นและหลากหลายเข้ามาผสมผสานเพื่อให้บริการและตอบสนองนักเดินทางได้ทุกวัยและทุกไลฟ์สไตล์    

เซ็นทารามุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน 100 กลุ่มโรงแรมชั้นนำของโลก โดยเดินหน้าขยายสาขาไปยังทวีปและตลาดใหม่ๆ เซ็นทาราเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงด้วยฐานของลูกค้าที่เหนียวแน่น ซึ่งจะได้พบกับบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของเราในตำแหน่งที่ตั้งสำคัญๆ มากขึ้น บัตรสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกเซ็นทารา เดอะวัน ยังช่วยให้สมาชิกทั่วโลกที่รักในเซ็นทาราได้อภิสิทธิ์ที่เหนือกว่า ข้อเสนอสุดพิเศษ และเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อเซ็นทารา      

ติดตามข่าวสารของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราได้ที่ www.centarahotelsresorts.com   

เฟซบุ๊ค  Facebook               อินสตาแกรม  Instagram          ทวิตเตอร์  Twitter           ลิงค์อิน    LinkedIn   

 

อัพเดทล่าสุด

  30 พ.ย. 2568
โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

  30 พ.ย. 2568
อายิโนะโมะโต๊ะเปิด 12 เมนู “มื้ออาหารแห่งชัยชนะ” เติมพลังทัพนักกีฬาไทย คว้าชัยซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ 2025

  30 พ.ย. 2568
“ไบร์ท วชิรวิชญ์” บินกลับมาทำดี ใจใหญ่ทุ่มเงินล้าน ช่วยน้ำท่วม

  30 พ.ย. 2568
ราชบุรีเตรียมเปิดศึกมวยสุดยิ่งใหญ่“RATCHABURI SUPER FIGHT 2025” ส่งเสริมกีฬา พัฒนาเศรษฐกิจ หนุนท่องเที่ยว สืบสารมรดกไทย ครบทุกมิติ 

เว็บไซต์ thailandreporter.com เป็นเว็บไซต์เพื่อ ข่าวสาร สาระ และ ความบันเทิง เพื่อสังคมไทย

ช่องทางติดต่อทีมงาน www.thailandreporter.com แนะนำ, ติชม, ฝากข่าวประชาสัมพันธ์, ติดต่อโฆษณา เบอร์โทร : 090-328-2392

Copyright © www.thailandreporter.com 2025 all 7 rights reserved.